เริ่มต้นเทรด Forex และ CFD กับ Weltrade ในประเทศไทย
ข้อมูล Weltrade สำหรับนักเทรดในไทย สมัครฟรี ใช้ MT4/MT5 ฝากถอนรวดเร็ว รับโบนัส 100% เริ่มต้นเทรดวันนี้
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Weltrade
บริษัทของเราให้บริการแพลตฟอร์มเทรด Forex และ CFD ที่มีความเสถียรและรวดเร็ว นักเทรดในประเทศไทยสามารถเข้าถึงตลาดการเงินโลกผ่านบัญชี Demo หรือ Real ได้ทันที Weltrade รองรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่มีเครื่องมือวิเคราะห์ครบถ้วน (Technical Indicators, Graphical Objects, Automated Trading) เราใช้ระบบการดำเนินการคำสั่งแบบ Straight Through Processing (STP) เพื่อลดความล่าช้าและเพิ่มความโปร่งใส
เรามีเลเวอเรจสูงสุด 1:1000 สำหรับคู่สกุลเงินหลัก (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) และสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pip สำหรับบัญชี ECN จำนวนเครื่องมือเทรดมากกว่า 120 รายการ ครอบคลุม Forex, ดัชนีหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำ, น้ำมัน) และสกุลเงินดิจิทัล (Bitcoin, Ethereum) นักเทรดไทยสามารถเลือกประเภทบัญชีได้ 3 แบบ ได้แก่ Classic (สเปรดต่ำ, ไม่มีคอมมิชชั่น), ECN (สเปรด 0.0, คอมมิชชั่นต่ำ) และ Islamic (Swap-Free สำหรับลูกค้าที่ถือศีลอด)
การเปิดบัญชีใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีและไม่ต้องใช้เอกสารมาก (Email และเบอร์โทรศัพท์) หลังจากยืนยันตัวตนแล้วสามารถฝากเงินขั้นต่ำเพียง 100 บาท (เทียบเท่า 10 USD) สำหรับบัญชี Classic เราให้โบนัสต้อนรับ 100% สำหรับเงินฝากครั้งแรกสูงสุด 500 USD ซึ่งสามารถใช้เทรดได้ทันที (ต้องทำตามเงื่อนไขปริมาณการซื้อขาย)
เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินทุน โดยแยกบัญชีลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท และใช้การเข้ารหัส SSL 256 บิตสำหรับธุรกรรมทั้งหมด นักเทรดไทยสามารถตรวจสอบสถานะบัญชีผ่าน Personal Area (Web) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เวลาทำการของเซิร์ฟเวอร์ตั้งค่าเป็น UTC+2 ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทยโดยประมาณ (ช้ากว่า 5 ชั่วโมงในช่วงปกติ)
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภทบัญชี | Classic, ECN, Islamic |
| เลเวอเรจสูงสุด | 1:1000 (Forex) |
| สเปรดเฉลี่ย EUR/USD | 0.8 pip (Classic), 0.0 pip (ECN) |
| แพลตฟอร์ม | MT4, MT5 (Desktop, Web, iOS, Android) |
| จำนวนเครื่องมือ | 120+ (Forex, Indices, Commodities, Crypto) |
| โบนัสต้อนรับ | 100% สูงสุด 500 USD |
| เงินฝากขั้นต่ำ | 100 บาท (10 USD) |
| การควบคุม | FSA (เซนต์วินเซนต์ฯ) |
| ความเร็วในการดำเนินการ | เฉลี่ย 0.3 วินาที (STP) |
| สกุลเงินบัญชี | USD, THB (Classic) |
ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเราในการรองรับนักเทรดไทยอย่างเต็มรูปแบบ การเลือก Weltrade หมายถึงการเข้าถึงสภาพคล่องจากผู้ให้บริการหลายราย และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ครบวงจร เรามีการอัปเดตเซิร์ฟเวอร์ทุกสัปดาห์เพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุด (uptime 99.9%) นักเทรดไทยสามารถตรวจสอบ About Thailand ในเว็บไซต์ของเราเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการเฉพาะภูมิภาค
การสมัครบัญชีกับ Weltrade
การเปิดบัญชีกับเราเริ่มต้นที่หน้าเว็บไซต์หลัก คลิก “Open Account” และเลือกประเภทบัญชีที่ต้องการ (Demo หรือ Real) ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่นานและมีคำแนะนำภาษาไทยบางส่วน ระบบของเรารองรับการลงทะเบียนผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่น ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เพิ่มเติมสำหรับการสมัคร
ขั้นตอนการสมัครมีดังนี้ (สำหรับบัญชี Real):
- กรอกอีเมลและรหัสผ่าน (ใช้อักขระ 8 ตัวขึ้นไป)
- เลือกประเทศ “Thailand” และยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ (OTP ส่งทาง SMS)
- เลือกประเภทบัญชี: Classic, ECN หรือ Islamic
- ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนไทยหรือ Passport (ถ่ายรูปและอัปโหลด)
- รอการตรวจสอบ (ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงในวันทำการ)
หลังจากยืนยันตัวตนสำเร็จ คุณจะได้รับหมายเลขบัญชีและรหัสผ่านสำหรับ MT4/MT5 ทางอีเมล จากนั้นสามารถฝากเงินและเริ่มเทรดได้ทันที สำหรับบัญชี Demo ไม่ต้องยืนยันตัวตน และมีเครดิตเสมือน 10,000 USD ให้ทดลองเทรด เราแนะนำให้นักเทรดมือใหม่เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo ก่อน เพื่อเรียนรู้ฟังก์ชันของแพลตฟอร์มและทดสอบกลยุทธ์โดยไม่เสี่ยงเงินจริง เมื่อมั่นใจแล้วจึงเปลี่ยนเป็นบัญชี Real ด้วยเงินฝากเพียง 100 บาท
ระบบการฝากเงินครั้งแรกใช้ช่องทาง PromptPay และโอนผ่านธนาคารไทย (Kasikorn, Bangkok Bank, Siam Commercial) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจากเรา หลังจากฝากเงินสำเร็จ โบนัส 100% จะถูกเพิ่มเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ (ต้องใช้รหัสโปรโมชั่นในขั้นตอนฝาก) วงเงินฝากขั้นต่ำสำหรับการรับโบนัสคือ 100 บาท และสูงสุดที่ 500 USD นักเทรดไทยสามารถถอนโบนัสได้หลังจากทำตามเงื่อนไข Volume ที่กำหนด (เทียบเท่า 40 ล็อตต่อ 100 USD โบนัส)
การดาวน์โหลดและติดตั้งแพลตฟอร์ม MT4/MT5
Weltrade รองรับการเทรดผ่าน MetaTrader ทั้งสองเวอร์ชัน คุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของเราหรือร้านค้าแอป (App Store, Google Play) เราแนะนำให้ใช้ MT5 สำหรับเครื่องมือที่หลากหลายกว่า (Timeframes เพิ่ม รองรับ Hedging และ Netting) แพลตฟอร์มทั้งสองมีฟังก์ชันการทำงานเหมือนกัน 95% ดังนั้นนักเทรดที่คุ้นเคยกับ MT4 สามารถปรับตัวได้รวดเร็ว
การติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ (Windows/Mac)
สำหรับ Windows ให้ดาวน์โหลดไฟล์ .exe จากหน้า Downloads ใน Personal Area เปิดไฟล์และคลิก Next จนกว่าการติดตั้งเสร็จ ใช้ RAM ประมาณ 256 MB และพื้นที่ว่าง 500 MB สำหรับ Mac ให้ใช้ไคลเอนต์ MT4/MT5 สำหรับ Mac โดยตรง หรือใช้ Wine wrapper (เรามีคำแนะนำใน Help Center) หลังจากติดตั้ง ให้เปิดโปรแกรมไปที่ File > Login to Trade Account กรอกหมายเลขบัญชี รหัสผ่าน และเลือกเซิร์ฟเวอร์ “Weltrade-Live” (หรือ “Weltrade-Demo”) จากนั้นคลิก Login
การติดตั้งบนมือถือ (iOS/Android)
ไปที่ App Store หรือ Google Play ค้นหา “MetaTrader 4” หรือ “MetaTrader 5” ดาวน์โหลดและติดตั้ง เปิดแอปแล้วแตะ Settings (ไอคอนรูปเฟือง) > New Account > Login to an Existing Account ค้นหา “Weltrade” ในช่องค้นหา (ระวังชื่อตรง “Weltrade”) เลือกบัญชีที่ต้องการ Login แล้วกรอกรหัสผ่าน การใช้แอปมือถือสะดวกสำหรับการเช็คราคาและปิดออเดอร์ แต่แนะนำให้ใช้ Desktop สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก
ข้อจำกัด: MT4 รองรับเฉพาะบัญชีประเภท Classic และ ECN ส่วน MT5 รองรับทุกประเภทบัญชีและมี Market Depth แสดงข้อมูลคำสั่งซื้อขายระดับต่างๆ ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: Windows 7 ขึ้นไป, macOS 10.12+, iOS 12+, Android 6+ เวอร์ชัน Web Terminal ใช้ได้บน Chrome, Firefox, Safari โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ (เข้าใช้งานผ่าน Personal Area ได้ทันที) การอัปเดตซอฟต์แวร์ทำได้โดยอัตโนมัติผ่านระบบ push notification จาก MetaQuotes
การเข้าสู่ระบบและตั้งค่าบัญชี
เมื่อเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 แล้ว ให้ตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกต้อง เซิร์ฟเวอร์ของเราใช้ชื่อ “Weltrade-Live” หรือ “Weltrade-Demo” หากคุณอยู่ต่างประเทศให้เลือก “Weltrade-Live-ECN” สำหรับบัญชี ECN การตั้งค่า Timezone ในแพลตฟอร์มควรเป็น UTC+2 (หรือ UTC+3 ช่วง Daylight Saving) เพื่อให้ตรงกับเวลาเซิร์ฟเวอร์ แต่สำหรับนักเทรดไทยเวลาเซิร์ฟเวอร์จะช้ากว่าเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง (GMT+7) สามารถปรับเปลี่ยนได้ใน View > Terminal > Options > Timezone
เรามีฟังก์ชัน One-Click Trading ที่ให้การวางออเดอร์โดยไม่ต้องยืนยันซ้ำ (ต้องเปิดใน Tools > Options > Trade) สำหรับมือใหม่ควรปิดฟังก์ชันนี้ไว้ก่อนเพื่อป้องกันคำสั่งผิดพลาด การตั้งค่าที่แนะนำสำหรับนักเทรดไทย: สกุลเงินแสดงผลเป็น USD (หรือ THB สำหรับบางบัญชี) และรูปแบบราคาเป็นทศนิยม 5 ตำแหน่งสำหรับ Forex วิธีปรับ: คลิกขวาที่ Market Watch > Symbol > Select > Properties แล้วตั้ง Digits เป็น 5
| การตั้งค่า | ค่าแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| Timezone | UTC+2 (หรือ UTC+3) | ตรงกับเวลาเปิดตลาดหลัก |
| Leverage | 1:100 ถึง 1:500 | สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน |
| Stop Out Level | 50% (ค่าเริ่มต้น) | ป้องกันการขาดทุนเกิน |
| ภาษาที่แสดง | English หรือ Thai | มีภาษาไทยให้เลือก (แพลตฟอร์มบางรุ่น) |
| Chart Color | พื้นหลังดำ เส้นเขียว-แดง | ลดแสงสะท้อน ดูสบายตา |
| Email Notifications | เปิด Push Alert | รับแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงเป้าหมาย |
การตรวจสอบความถูกต้องของเซิร์ฟเวอร์ทำได้โดยดูที่มุมล่างซ้ายของแพลตฟอร์ม (แสดงชื่อเซิร์ฟเวอร์) หาก login ไม่สำเร็จให้ตรวจสอบรหัสผ่านและลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์เป็น “Weltrade-Live-Real” สำหรับบัญชีจริง เราแนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 90 วันผ่าน Personal Area เพื่อความปลอดภัย การตั้งค่า Two-Factor Authentication (2FA) สามารถเปิดใช้งานได้ในหน้า Security Settings (Google Authenticator)
การเปิดกราฟและใช้เครื่องมือวิเคราะห์
การเริ่มวิเคราะห์ตลาดให้คลิกขวาที่ Market Watch เลือก “New Chart” หรือลากสัญลักษณ์ (เช่น EURUSD) ไปยังพื้นที่ว่าง กราฟจะแสดงแท่งเทียน (Candlesticks) รูปแบบ Bearish/Bullish (สีแดง/เขียว) แถบ Timeframe ด้านบนสามารถเปลี่ยนได้จาก 1 นาทีเป็น 1 เดือน เรามีเทมเพลตการวิเคราะห์สำเร็จรูปที่สามารถดาวน์โหลดได้จากฟอรัมของเรา (Template: “Scalping Pro” และ “Swing Trading”) การปรับขนาดกราฟทำได้โดยเลื่อนล้อเมาส์หรือใช้ปุ่ม +/-
การปรับแต่งกราฟ
คลิกขวาที่กราฟเลือก “Properties” เพื่อตั้งค่าสีพื้นหลัง (แนะนำเป็นสีเข้มเพื่อลดแสงสะท้อน) เส้นแนวรับแนวต้าน (Support/Resistance) สามารถเพิ่มได้โดยใช้เครื่องมือ Line หรือ Rectangle ในแถบเครื่องมือด้านซ้าย เราแนะนำให้ใช้ Fibonacci Retracement (จากแถบ Insert > Objects) เพื่อหาระดับแนวรับแนวต้านอัตโนมัติ ระดับ Fibonacci ที่สำคัญคือ 38.2%, 50%, และ 61.8% สำหรับการวางคำสั่งซื้อขาย
การใช้ Technical Indicators
ไปที่ Insert > Indicators เลือกประเภทที่ต้องการ เช่น Moving Average (MA), RSI, MACD, Bollinger Bands สำหรับหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ให้ตั้งค่า Period 20 (ระยะสั้น) หรือ 50 (ระยะกลาง) และ Shift 0 หรือใช้ Indicator ที่ติดตั้งเพิ่มเติมจาก Market (มีให้เลือกมากกว่า 200 รายการ) การใช้ Indicator หลายตัวพร้อมกันอาจทำให้กราฟซับซ้อน เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วย MA (20) และ RSI (14) ก่อน
การบันทึกกราฟเป็นเทมเพลตทำได้โดยคลิกขวาที่กราฟ > Template > Save Template ตั้งชื่อไฟล์ (เช่น “My_Analysis”) จากนั้นสามารถโหลดกลับมาใช้กับคู่เงินอื่นได้ทันที ฟังก์ชันนี้ช่วยลดเวลาในการตั้งค่าซ้ำ นักเทรดไทยสามารถแชร์เทมเพลตระหว่างบัญชี Demo และ Real ได้โดยตรง การรวม Indicator หลายตัวในหน้าต่างเดียวทำได้โดยลาก Indicator ไปยัง Sub-window (พื้นที่ด้านล่างของกราฟ)
การวางคำสั่งซื้อขาย
หลังจากตั้งค่ากราฟแล้ว สามารถวางคำสั่งซื้อขายได้สองวิธี: ใช้คลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch แล้วเลือก “New Order” หรือกด F2 (บน Desktop) จากนั้นกำหนด Volume (ล็อต) ทิศทาง (Buy/Sell) และตั้งค่า Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ก่อนคลิก Buy หรือ Sell เราแนะนำให้ตั้งค่า SL ทุกครั้งเพื่อจำกัดความเสียหาย การคำนวณขนาดล็อตสามารถใช้ Lot Calculator ใน Personal Area ได้ฟรี
ขั้นตอนการวางคำสั่ง Market อย่างละเอียด:
- เปิดหน้าต่าง New Order (คลิก F2 หรือคลิกขวาที่ Symbol)
- เลือกสัญลักษณ์ที่ต้องการ (เช่น GBPJPY)
- กำหนด Volume: 0.01 (1 micro lot) สำหรับมือใหม่
- คลิก Buy หรือ Sell (ขึ้นกับการวิเคราะห์)
- หลังจากเปิดออเดอร์ จะปรากฏใน Trade Terminal
- ปรับ SL/TP โดยคลิกขวาที่ออเดอร์ เลือก Modification
สำหรับการวางคำสั่ง Pending (Limit/Stop) ให้เลือก Type “Pending Order” ในหน้าต่าง New Order แล้วกำหนดราคาที่ต้องการ (Entry, SL, TP) ราคา Pending ต้องอยู่ห่างจากราคาปัจจุบันตามกฎของโบรกเกอร์ (โดยปกติ 10-20 pip สำหรับ Forex) การตรวจสอบมาร์จิ้นสามารถดูได้ที่ Terminal > Trade (แสดง Used Margin, Free Margin) ระบบ Slippage Protection ของเราตั้งค่า Default ที่ 0.5 pip สำหรับบัญชี ECN
การใช้คำสั่ง Market Execution ช่วยให้การเปิดออเดอร์เร็วที่สุด โดยไม่มี Requotes ยกเว้นในช่วงข่าวสำคัญ (High Impact News) เรากำหนด Maximum Deviation ที่ 2 pip สำหรับสกุลเงินหลัก หากราคาเคลื่อนเกินกำหนด ระบบจะยกเลิกออเดอร์โดยอัตโนมัติ นักเทรดไทยสามารถปรับค่า Deviation ได้ใน Settings > Execution ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง การตรวจสอบประวัติคำสั่งซื้อขายทำได้ที่ Account History ใน Terminal (กด Ctrl+Tab เพื่อสลับแท็บ)
การจัดการพอร์ตและการวิเคราะห์ผล
ใน Terminal แท็บ Trade คุณจะเห็นยอด Balance (เงินคงเหลือ), Equity (มูลค่าพอร์ตรวมกำไร/ขาดทุน), Used Margin (มาร์จิ้นที่ใช้) และ Free Margin (มาร์จิ้นว่าง) ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนตามความผันผวนของราคา หาก Free Margin ติดลบจะเกิด Stop Out (ปิดออเดอร์อัตโนมัติ) เราแนะนำให้รักษา Margin Level (Equity/Margin *100) ให้สูงกว่า 200% การตั้งค่า Stop Out ของเราที่ 50% สำหรับบัญชี Classic และ 30% สำหรับบัญชี ECN
| วิธีการฝากและถอนเงิน | รายละเอียด | ระยะเวลา | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|---|---|
| โอนผ่านธนาคารไทย (PromptPay, Internet Banking) | โอนเข้าบัญชีบริษัทในไทย | 1-24 ชั่วโมง | 0% (เราไม่คิด) |
| บัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard) | ฝากทันที ต้องยืนยัน OTP (3D Secure) | ทันที | 2% (ธนาคารเรียกเก็บ) |
| คริปโต (USDT/BTC) | โอนจาก Wallet ไปยังที่อยู่ที่กำหนด | 10-30 นาที | 0% (เครือข่ายอาจมีค่าใช้จ่าย) |
| e-Wallet (Skrill, Neteller) | ต้องยืนยันบัญชี e-Wallet | ทันที | 1% |
การปิดออเดอร์
คลิกขวาที่ออเดอร์ใน Trade Terminal เลือก “Close Order” หรือกด Ctrl+F3 (บน MT4) ในหน้าต่าง Confirm สามารถปิดบางส่วนได้ (ปิดจำนวน lot ที่ไม่เต็ม) สำหรับ MT5 สามารถใช้ Netting System ซึ่งจะหักกลบออเดอร์ Buy/Sell อัตโนมัติ การปิดออเดอร์บางส่วนให้ใช้ Volume slider เพื่อเลือกขนาด lot ที่ต้องการ การตรวจสอบกำไร/ขาดทุนสะสมแสดงในคอลัมน์ Profit (เป็นตัวเลขสีเขียวสำหรับกำไร สีแดงสำหรับขาดทุน)
การตั้งค่าการแจ้งเตือน
ไปที่ Tools > Options > Notifications เพื่อเปิด Push Notifications (ผ่าน MetaQuotes ID) หรืออีเมลเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด การตั้งค่า Alert (คลิกขวาที่กราฟ > Trading > Alert) ช่วยให้คุณไม่พลาดจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่นอกจอ MetaQuotes ID สามารถหาได้จากเมนู Help > About (มีรหัส 8 หลัก) การแจ้งเตือนทางอีเมลสามารถตั้งค่าได้ 3 อีเมลสูงสุดต่อบัญชี
การสนับสนุนลูกค้าและแหล่งเรียนรู้
เรามีทีมซัพพอร์ตที่พูดภาษาไทยได้ (Live Chat และอีเมล) ให้บริการ 24/5 (จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09:00-21:00 น. ตามเวลาไทย) ในวันหยุดเรามีแชทบอทอัตโนมัติสำหรับคำถามพื้นฐาน ช่องทางการติดต่อ: live chat ที่เว็บไซต์, อีเมล [email protected], และโทรศัพท์ (+66 2 123 4567) ทีมซัพพอร์ตของเราผ่านการอบรมเกี่ยวกับ About Thailand Service Standard เพื่อให้บริการที่เหมาะสมกับนักเทรดไทย
ศูนย์ช่วยเหลือและเอกสาร
ใน Help Center มีบทความภาษาไทยเกี่ยวกับการตั้งค่าบัญชี การใช้ Indicator และการจัดการความเสี่ยง นอกจากนั้นเรามีวิดีโอสอน (YouTube) เรื่อง “การเทรด Forex สำหรับมือใหม่” และ “วิธีใช้ MT5” ทั้งหมดมีคำบรรยายภาษาไทย เราแนะนำให้ศึกษาไฟล์ “User Manual” (PDF) ที่ดาวน์โหลดได้ใน Personal Area เอกสารมีทั้งหมด 45 หน้า ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้งจนถึงการวิเคราะห์เชิงเทคนิคขั้นสูง
การเทรดกับ Weltrade ในประเทศไทยมีความสะดวกด้วยการรองรับธนาคารไทย (Kasikorn, Bangkok Bank, Siam Commercial) และภาษาไทยบางส่วนในแพลตฟอร์ม นักเทรดสามารถใช้บัญชีเดียวกับสกุลเงิน USD หรือ THB (สำหรับบัญชี Classic) โดยไม่ต้องแปลงสกุลเงินเพิ่ม เราเน้นให้บริการที่โปร่งใสและยืดหยุ่นสำหรับนักเทรดทุกระดับ หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มหรือเงื่อนไขบัญชี ติดต่อทีมซัพพอร์ตของเราได้ทันที
เราจัดสัมมนาออนไลน์ทุกเดือนสำหรับนักเทรดไทย (Webinar ผ่าน Zoom) เนื้อหาเกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรดและการใช้ Indicator ขั้นสูง การลงทะเบียนฟรีผ่านหน้า Events ใน Personal Area นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Line Official @WeltradeThailand สำหรับรับข่าวสารและวิเคราะห์ตลาดรายวัน นักเทรดไทยสามารถรับ Signal Trading ฟรี 3 วันเมื่อสมัครสมาชิกใหม่ (จำกัด 500 คนต่อเดือน)
❓ คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มเทรดกับ Weltrade?
เงินฝากขั้นต่ำเพียง 100 บาท (10 USD) สำหรับบัญชี Classic และคุณสามารถเริ่มเทรดได้ทันทีหลังจากยืนยันตัวตน
Weltrade รองรับการฝากเงินผ่านช่องทางใดบ้างในไทย?
เรารองรับ PromptPay, โอนผ่านธนาคารไทย (Kasikorn, Bangkok Bank, SCB), บัตรเครดิต/เดบิต, คริปโต (USDT/BTC) และ e-Wallet (Skrill, Neteller)
แพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 แตกต่างกันอย่างไร?
MT5 มี Market Depth รองรับเครื่องมือวิเคราะห์มากกว่า (Timeframe เพิ่ม, Economic Calendar ในตัว) และรองรับ Netting System ส่วน MT4 เหมาะกับนักเทรดที่คุ้นเคยอินเทอร์เฟซเดิม
โบนัส 100% มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ต้องฝากเงินครั้งแรกขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุด 500 USD และทำ Volume การซื้อขายตามเงื่อนไข (40 ล็อตต่อ 100 USD โบนัส) ก่อนถอน
สามารถใช้บัญชีเดียวเทรดทั้ง Forex และ CFD ได้หรือไม่?
ได้ บัญชีเดียวรองรับเครื่องมือมากกว่า 120 รายการ รวมถึง Forex, Indices, Commodities และ Crypto โดยไม่ต้องเปิดบัญชีแยก
